






![]() | Today | 143 |
![]() | Yesterday | 438 |
![]() | This week | 581 |
![]() | Last week | 3542 |
![]() | This month | 9364 |
![]() | Last month | 14861 |
![]() | All | 1398835 |
Your IP: 38.107.179.241
,
Date: May 21, 2012
ข่าวและประชาสัมพันธ์
"พัฒนาศักยภาพสมองเด็กปฐมวัยผ่านการอ่าน"
แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานประชุมวิชาการพัฒนาศักยภาพสมองเด็กปฐมวัยผ่านการอ่าน
ระหว่างวันที่ 26- 28 มีนาคม 2555 ณ ห้องประชุมรักตะกนิษฐ2 อาคารรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจัดโดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมสนับสนุน โดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน (สสส.)
วัตถุประสงค์
1. สร้างความตระหนักให้สังคมทั่วไปเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัย และศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กในช่วงวัยดังกล่าว
2. เผยแพร่แนวคิดการส่งเสริมพัฒนาเด็กผ่านการอ่านในคลินิกเด็กสุขภาพดี ด้วยรูปแบบ Reach Out and Read (ROR)
3. เชื่อมโยงเครือข่ายสาธารณสุขและส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการส่งเสริมพัฒนาการเด็กโดยผ่านการอ่าน
4. ระดมสมองหาแนวปฏิบัติการส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการอ่านในคลินิกสุขภาพเด็กดีที่เหมาะสมกับสถานบริการลักษณะต่างๆในประเทศไทย
5. ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยผ่านกิจกรรมการอ่านในสถานบริการสาธารณสุขที่ร่วมดำเนินการ ตลอดจนถึงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวของเด็ก
รูปแบบกิจกรรม
ประกอบด้วยการบรรยาย การอภิปราย การประชุมระดมสมอง และนิทรรศการ โดยมีวิทยากรต่างประเทศ โดย Dr. Barry Zuckermanซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ริเริ่มโครงการROR ในประเทศสหรัฐอเมริกามาร่วมบรรยาย และการอบรมเชิงปฏิบัติการ
กลุ่มเป้าหมาย
บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ หน่วยงานด้านสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
บุคลากรจากศูนย์บริการสาธารณสุข (เป็นบุคลากรในหน่วยงานด้านสาธารณสุขสังกัดกรุงเทพมหานคร(68 แห่ง) หน่วยงานละ 2 คน และโรงพยาบาล 8 แห่ง) และบุคลากรในหน่วยงานสาธารณสุข สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (โรงเรียนแพทย์) 150 คน
กำหนดการ
วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม 2555
8.30 - 9.00 น. ลงทะเบียน
9.00 - 9.15 น. พิธิเปิด
9.15 - 10.30 น. บทบาทของบุคลากรด้านสาธารณสุข
ในการวางรากฐานการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัย
โดยDr. Barry Zuckerman
แปลโดย ผศ.พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่างและชมนิทรรศการ
11.00 - 12.00 น. รูปแบบการส่งเสริมการอ่านผ่านงานบริการ
ในคลินิกเด็กสุขภาพดี : Reach out and read (ROR) โดยDr. Barry Zuckerman
แปลโดย พญ. สินดี จำเริญนุสิต
12.00 - 12.15 น. ถาม-ตอบ
12.15 - 13.15 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.15 - 14.00 น. แนวทางการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ผ่านการอ่านในระดับนานาชาติ
โดย พญ. รมร แย้มประทุม
รศ.พญ.นิชรา เรืองดารกานนท์
14.00 - 14.45 น. นโยบายการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ผ่านการอ่านในประเทศไทย
โดย อ.ทิพย์สุดา สุเมธเสนีย์
รศ.พญ.นิชรา เรืองดารกานนท์
14.45 - 15.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.00 - 16.00 น. เปิดการอภิปรายร่วมกัน
วันอังคารที่ 27 มีนาคม 2555
8.30 - 9.00 น. สรุปการนำเสนอในวันแรก
9.00 - 10.00 น. การอ่านกับเด็กปฐมวัยในยุคข้อมูลข่าวสาร
โดยDr. Barry Zuckerman
แปลโดย พญ. เบญญาชลี เตชะแสนศิริ
10.00 - 10.15 น. ถาม-ตอบ
10.15 - 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่างและชมนิทรรศการ
10.30 - 11.45 น. งานท้าทายของบุคลากรด้านสาธารณสุข
ในการส่งเสริมการอ่าน: ประสบการณ์ในพื้นที่
โดย พญ.นัยนา ณีศะนันท์
พญ. ชมพูนุท ไทยจินดา
พญ. สินดี จำเริญนุสิต
11.45 - 12.00 น. ถาม-ตอบ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 13.45 น. การส่งเสริมการอ่านในสถานบริการสาธารณสุขในประเทศไทย: การศึกษานำร่อง
โดย ผศ.ดร.ชื่นฤดี คงศักดิ์ตระกูล
รศ.พญ. นิชรา เรืองดารกานนท์
13.45 - 16.00 น. อบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการเล่านิทาน อ่าน
หนังสือและการสร้างสรรค์หนังสือเล่มแรก
โดย คุณระพีพรรณ พัฒนาเวช
วันพุธที่ 28 มีนาคม 2555
8.30 – 9.45 น. พัฒนาการของสมองกับการอ่าน
โดยDr. Barry Zuckerman
แปลโดย พญ. เบญญาชลี เตชะแสนศิริ
9.45 - 10.00 น. ถาม-ตอบ
10.00 - 10.15 น. พักรับประทานอาหารว่างและชมนิทรรศการ
10.15 - 11.30 น. การทำงานของสมองกับการอ่านในเด็กไทย:
ผลการวิจัยเบื้องต้น
โดย รศ.พญ. นิชรา เรืองดารกานนท์
พญ. ดวงเดือน ชินรุ่งเรือง
11.30 - 11.45 น. ถาม-ตอบ
11.45 - 12.30 น. ปิดประชุม และรับประทานอาหารกลางวัน
Oนาย Oนาง Oนางสาว O.............................................................................
ชื่อ ................................................. นามสกุล........................................................
ที่ทำงาน ...............................................................................................................
..................................................................................................................................
ที่อยู่เพื่อการจัดส่งใบตอบรับ .....................................................................................
เลขที่ ............... ถนน ................................ แขวง ...................................................
เขต ........................ จังหวัด ............................. รหัสไปรษณีย์ .............................
โทร .................................................................โทรสาร ..........................................
มือถือ ........................................ E-mail ...............................................................
http://www.mediafire.com/?k3n16gv4vdc0wi1
อัตราค่าลงทะเบียน
ลงทะเบียนตลอดการประชุม 3 วัน ท่านละ 2,000 บาท
ลงทะเบียน วันที่ 26 มีนาคม 2555 ท่านละ 1,000 บาท
ลงทะเบียน วันที่ 27 มีนาคม 2555 ท่านละ 1,000 บาท
ลงทะเบียน วันที่ 28 มีนาคม 2555 ท่านละ 700 บาท
(เบิกได้ตามสิทธิ)
วิธีการชำระค่าลงทะเบียน
1) เงินสด ชำระเงินได้ที่งานบริการวิชาการ อาคารวิจัยและสวัสดิการ
ชั้น 1 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
2) ธนาณัติ สั่งจ่าย ปณ สามเสนใน 10400
ในนาม “นางสาวณัฏฐ์ตวัน จิรัชยาปกรณ์”
งานบริการวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
270 ถ.พระราม6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
3) โอนเงิน ชื่อบัญชี “ศูนย์การประชุมวิชาการคณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี” บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์
สาขารามาธิบดี เลขที่บัญชี 026-4-23465-3
(กรุณาส่งสำเนาการโอนเงิน แนบมาพร้อมกับใบลงทะเบียนนี้ด้วย)
ที่พักใกล้เคียงกับสถานที่จัดประชุม
1. โรงแรมแกรนด์ทาวเวอร์อิน
JSuperior single(รวมอาหารเช้า) 1,100 บาท
JSuperior twin(รวมอาหารเช้า) 1,200 บาท
โทร. 02-618-2683 หรือ 081-334-1528
2. โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค(อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)
JSuperior single(รวมอาหารเช้า) 1,400 บาท
JSuperior twin(รวมอาหารเช้า) 1,600 บาท
โทร. 02-246-7800 มือถือ 081-867-4615
3. โรงแรมสยามซิตี้(ถนนศรีอยุธยา)
JDeluxe single(รวมอาหารเช้า) 1,850 บาท
JDeluxe twin(รวมอาหารเช้า) 2,100 บาท
โทร. 02-247-0123 มือถือ 083-899-0397
4. โรงแรมปริ๊นพาเลซมหานาค
JSuperior single(รวมอาหารเช้า) 1,300 บาท
JSuperior twin(รวมอาหารเช้า) 1,500 บาท
โทร. 02-6281111 ต่อ 1342, 1343
ดาวน์โหลดข้อมูลแผ่นพับ http://www.mediafire.com/?q7aljlv6u7su125
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
นางสาวรจนา บุญเลิศกุล, นายสุรพรรณ ตุ้มเพ็ชร์
และนางสาวกัณฐมณี กอดแก้ว
งานบริการวิชาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
โทร. 02-2012193, 02-2011542 โทรสาร 02-2012607
ลงทะเบียนออนไลน์
http://academic.ra.mahidol.ac.th
30 ปี มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ในปี ๒๕๕๕ สังคมไทยไม่ทอดทิ้งเด็กThere are no translations available.
หนึ่งปีกับโครงการ “เพาะเมล็ดพันธุ์ด้วยหัวใจ” สื่อสร้างสรรค์เพื่อเมล็ดพันธุ์ที่หลากหลาย ประเทศไทยมีประชากรด็ก 23 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเด็กด้อยโอกาส และตกอยู่ในสภาวะยากลำบากถึง 5 ล้านคน กว่า30,000 คน เป็นเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เด็กในชุมชนแออัดเมืองจำนวนกว่า 1,113,525 คน เด็กที่อยู่ห่างไกลในชนบท และถูกทอดทิ้งให้อยู่กับผู้สูงอายุจำนวนกว่า 160,000 คน เป็นเด็กในสถานสงเคราะห์ และสถานพินิจจำนวนกว่า 60,000 คน และอีก 224,290 คน เป็นเด็กพิการทั่วประเทศไทย เด็กทั้ง 5 กลุ่มดังกล่าวขาดโอกาสทางการศึกษา เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ถูกสังคมเลือกปฏิบัติ ต้องอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการนำไปสู่พฤติกรรมด้านลบ ขาดต้นแบบที่ดี และขาดพื้นที่เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ขาดโอกาสในการเสริมสร้างพัฒนาการตามวัย เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนา และถูกเลือกปฎิบัติ พวกเขาจึงมีสภาพมีอยู่จริงแต่ไม่มีตัวตนที่จะเรียกร้องสิทธิ หรือแสดงความต้องการในสังคม
โครงการ “เพาะเมล็ดพันธุ์ด้วยหัวใจ” สื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กในสภาวะยากลำบาก เป็นโครงการที่ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.)และองค์กรพันธมิตรด้านเด็กอีก 2 องค์กร เป็นโครงการเพื่อเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กแห่งใหม่ที่จะช่วยบำบัดเยียวยา สร้างคุณค่าในตนเอง สร้างการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะชีวิตให้เด็ก เปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงตัวตัว ความต้องการ วิถีชีวิตวัฒนธรรม โดยใช้สื่อสร้างสรรค์ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ที่นำมาทดลองเพื่อพัฒนากลุ่มเด็กในสภาวะยากลำบาก ให้เด็กๆได้เล่น เรียนรู้ แบ่งปัน และอยู่กันอย่างมีความสุข เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนทำงานกับกลุ่มเด็กในสภาวะยากลำบาก และการสื่อสารสังคมเพื่อลดการเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมในสังคมกับเด็ก ซึ่งได้ดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายเด็กในสภาวะยากลำบากดัง กล่าว ใน 27 จังหวัด โดยมีการดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายเด็กในสภาวะยากลำบากทั้งหมด 5 กลุ่ม ในประเด็นร่วม “เล่น เรียนรู้ แบ่งปัน สันติ” เล่น – กิจกรรมที่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ มีความสุข ได้รับการเยียวยา ดึงพลังข้างในใจออกมา เกิดความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเอง เรียนรู้ – เรียนรู้ทั้งกับตนเองและสังคม ด้านความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้การสื่อสารกับบุคคลอื่นในสังคม คนทำงานด้านเด็กเกิดการเรียนรู้ และมีกระบวนการเรียนรู้ที่ได้รับจากโครงการ แบ่งปัน – เข้าใจ เห็นใจ เอื้ออาทร มีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการจิตอาสา และมีกระบวนการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดแทนเด็ก สันติ – การอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ เห็นใจ ลดอคติและความรุนแรง ไม่เลือกปฏิบัติ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม “ การเดินทางของลูกยางนา สื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กทุกชาติพันธุ์ ” เป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ทางสื่อให้เด็กต่างชาติและชาติพันธุ์ของไทย และองค์กรภาคีเครือข่ายที่ทำงานเกี่ยวข้องทั้งจากภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มาร่วมกันถ่ายทอดและสื่อสารเรื่องราว วิถีชีวิตวัฒนธรรม อัตลักษณ์ สถานการณ์ และความต้องการของตนเอง ผ่านสื่อสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นสารคดี Clay animation มิวซิควีดีโอ spot ละครหุ่นเงา ละครหน้าขาว และการแสดงวัฒนธรรมต่าง ๆ เพื่อการสร้างความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง เป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงตัวตน มีที่ยืนที่จะแสดงออกทางความคิดและความต้องการให้สังคมได้รับรู้ เข้าใจ และเอื้ออาทรต่อเด็กทุกชาติพันธุ์ เพื่อให้ลูกยางนาในประเทศไทยได้มีน้ำ, ปุ๋ย และสภาพแวดล้อมที่พร้อมจะเติบโต ผลิบานเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยต่อไป “เมื่อดอกรักบาน พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเด็กในเมือง” เป็นโครงการเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ที่ดึงเด็กออกจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษในชุมชนเมือง ปัจจุบันโครงการมีพื้นที่สร้างสรรค์ทางด้านการเล่นที่ลดความรุนแรงในชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม พื้นที่สร้างสรรค์ทางการเรียนรู้ทั้งการเล่น และการอ่านของหมู่บ้านทวีสุข, พื้นที่สร้างสรรค์ Play Day ในชุมชนของวัดแคนางเลิ้ง และพื้นที่สร้างสรรค์ทางสื่อที่สะท้อนความต้องการเรื่องพื้นที่สร้างสรรค์ของเด็กในชุมชนประดิษฐ์โทรการ โดยเปิดรับเด็ก ผู้ปกครองและนักศึกษาในกรุงเทพ และปริมณฑลเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครดอกรัก ร่วมเรียนรู้ พัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ และแนะนำพื้นที่สร้างสรรค์ของตัวเอง ในรูปแบบสื่อต่าง ๆ ให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ดอกรักให้ได้บานในทุกชุมชนเมือง เพื่อให้เด็กมีกระบวนการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ บรรเทา และลดปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ที่เป็นแหล่งมั่วสุม แหล่งอบายมุขต่างๆ “ขบวนการดอกบานไม่รู้โรย ผู้สูงวัยกับการพัฒนาเด็ก” เป็นโครงการนำร่องในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, มหาสารคาม และเลย มุ่งหวังจะปลุกพลังชีวิตผู้สูงอายุ และคนในชุมชนให้ลุกขึ้นมาดูแลลูกหลานของตนเอง โดยใช้สื่อสร้างสรรค์ทั้งสื่อพื้นบ้าน และสื่อสมัยใหม่ ที่มีอาสาสมัครนักศึกษาที่เป็นลูกหลานคนในชุมชนเชิญชวนเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ มาร่วมกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ และสืบค้นภูมิปัญญา วัฒนธรรมที่กำลังเลือนหาย ทั้งเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต, รำวงพื้นบ้าน, วงดนตรีซอพื้นบ้าน, เพลงกล่อมเด็ก, นิทาน ผญา และหมอลำพื้นบ้านด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ป่าชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก และสร้างทักษะชีวิตให้เท่าทัน ควบคู่ไปกับการสร้างความภาคภูมิใจผ่านสื่อสร้างสรรค์ เช่น สื่อละครต่าง ๆ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่อหนังสือทำมือ และสิ่งพิมพ์ ซึ่งเกิดเป็นนวัตกรรมกระบวนการรู้ ผู้สูงอายุกับการพัฒนาเด็ก ในประเด็น“วัฒนธรรมสร้างทักษะชีวิต” “ดอกแก้วกัลยา ศูนย์การเรียนรู้ .. สู่นวัตกรรมเพื่อเด็กพิการโดยครอบครัว เด็ก และเยาวชนในสังคม” เป็นการดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการในการเผยแพร่ สื่อสาร และปรับทัศนคติพ่อแม่ที่มีลูกพิการให้เชื่อมั่น ไม่อับอาย และกล้าพาลูกออกสู่โลกภายนอก ให้พวกเค้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง สร้างความเข้าใจต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมให้ปฏิบัติต่อผู้พิการอย่างถูกต้อง ไม่ทำให้เขาเหล่านั้น รู้สึกเป็นผู้ต่ำต้อยในสังคม ปัจจุบันมีพื้นที่การดำเนินงานในกรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นนทบุรี, หนองบัวลำภู, นครราชสีมา, เชียงราย และนครศรีธรรมราช ด้วยความมุ่งหวังที่จะให้เกิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อเด็กพิการเกิดขึ้นในทุกชุมชน และดอกแก้วกัลยาจะได้เบ่งบานทั่วทุกท้องทุ่งในทั่วประเทศไทย “ดอกทานตะวัน ศิลปะบำบัดเพื่อเด็กที่ถูกทารุณกรรมในสถานสงเคราะห์” เป็นการดำเนินงานของมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ และบำบัดฟื้นฟูเด็กที่ถูกทารุณกรรม หรือได้รับความรุนแรงจากครอบครัว ผ่านสื่อศิลปะบำบัด ให้เด็กมีความอดทน และสามารถปรับตัวอยู่รอดในสังคมได้หลังออกจากสถานบำบัด ให้เปรียบเสมือนดอกทานตะวันที่จะยืนต้นชูดอกหันหน้ายิ้มสู้แสงอาทิตย์ได้อย่างเข้มแข็ง โดยเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถานแรกรับ, สถานสงเคราะห์, สถานพัฒนา และฟื้นฟู เพื่อให้สามารถนำศิลปะไปประยุกต์ใช้ในการทำงานดูแลเด็กที่ถูกทารุณกรรม รวมทั้งสร้างทัศนคติที่ถูกต้องต่อผู้ใหญ่ เรื่องการทำร้าย ทำทารุณกรรมเด็ก ปัจจุบันมีพื้นที่การทำงานในกรุงเทพ และปริมณฑล รวมทั้งขยายผลไปยังจังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี, เชียงราย, ลำปาง, เชียงใหม่, ระยอง, ชลบุรี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, เพชรบุรี, ชุมพร, สุราษฏร์ธานี และสงขลา หลังจากมุ่งมั่นทำงานมา 1 ปี ผลที่เห็นได้ชัดเจนคือมี พื้นที่สร้างสรรค์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องมืออันดีในการพัฒนาเด็ก โดยเฉพาะพื้นที่สร้างสรรค์ทางสื่อ สื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือใหม่ที่เห็นชัดเจนว่าสามารถ บำบัดเยียวยา สร้างความภาคภูมิใจ สร้างความรักในวิถีชีวิตวัฒนธรรม สร้างคุณค่าในตนเอง และเพิ่มทักษะชีวิตให้กับเด็กได้แสดงให้เห็นว่าสื่อสร้างสรรค์นี้สร้างพลังความเข้าใจต่อเด็กทั้ง 5 กลุ่ม จำนวน 250,000 คนนี้เพิ่มมากขึ้น เป็นเครื่องมือที่พัฒนาคนทำงานให้เกิดมุมมองที่กว้างขึ้น ใช้สื่อสารงานของกลุ่ม และองค์กรของตนเอง และยังเกิดกลุ่มอาสาสมัครเด็กในสภาวะยากลำบาก, กลุ่มอาสาสมัครผู้เฒ่าผู้แก่, กลุ่มอาสาสมัครนักศึกษาทั่วประเทศที่พร้อมที่จะพัฒนาเป็นเครือข่ายทำงานเพาะเมล็ดพันธุ์ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตคาดหวังว่าจะนำไปสู่การเอื้อเฟื้อและแบ่งบันสื่อสารเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติต่อไป เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ในประเทศไทยที่หลากหลายได้มีตัวตน ได้เติบโต และให้ดอกไม้ทุกดอกเบ่งบาน ผลิดอก ออกผลให้คนชื่นชม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปกับ โครงการ “เพาะเมล็ดพันธุ์ด้วยหัวใจ” .. เพื่อประโยชน์สุขของเด็ก |



























